ตกแต่งภายในมีสไตล์อะไรบ้าง เลือกยังไงให้เข้ากับการใช้ชีวิต
รวมสไตล์ตกแต่งภายในที่คนไทยนิยม ทั้งมินิมอล โมเดิร์น สแกนดิเนเวียน Japandi และ Midcentury Modern พร้อมวิธีเลือกสไตล์จากการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่จากรูปที่ชอบ
เผยแพร่เมื่อ · โดยทีม OBJ Design & Build

สไตล์ตกแต่งภายในที่เจอบ่อยที่สุดในบ้านและคอนโดไทยมี 5 กลุ่มหลัก คือ มินิมอล (Minimal), โมเดิร์น (Modern), สแกนดิเนเวียนหรือนอร์ดิก (Scandinavian/Nordic), Japandi ที่ผสมญี่ปุ่นกับสแกนดิเนเวียน และ Midcentury Modern แต่ละสไตล์ต่างกันที่เส้นสาย วัสดุ และโทนสีเป็นหลัก วิธีเลือกที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากการใช้ชีวิตของคุณก่อน แล้วค่อยเลือกสไตล์ที่รองรับชีวิตแบบนั้น ไม่ใช่เริ่มจากรูปที่ชอบแล้วค่อยฝืนใช้ชีวิตตามรูป
เหตุผลง่ายๆ คือรูปในอินเทอร์เน็ตถ่ายตอนบ้านยังไม่มีคนอยู่ แต่บ้านจริงมีของใช้ มีฝุ่น มีคนเดินผ่านทุกวัน สไตล์ที่สวยที่สุดในรูปจึงไม่ใช่สไตล์ที่อยู่สบายที่สุดเสมอไป บทความนี้จึงเล่าทั้งหน้าตาของแต่ละสไตล์ และข้อที่ต้องยอมรับถ้าเลือกสไตล์นั้น
มินิมอล (Minimal) — น้อยแต่ต้องเป๊ะ
มินิมอลคือการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือเฉพาะของที่ใช้จริง เส้นสายเรียบ สีพื้นๆ อย่างขาว ครีม เทา และไม้อ่อน เหมาะกับคนที่ของไม่เยอะและชอบความโล่ง ข้อที่ต้องยอมรับคือมินิมอลไม่มีที่ให้ของรก จึงต้องมีที่เก็บของซ่อนไว้เยอะกว่าที่คิด และงานจบต้องเนี้ยบจริง เพราะพื้นที่ว่างเยอะทำให้เห็นรอยต่อและความไม่เรียบร้อยชัดกว่าสไตล์อื่น
โมเดิร์น (Modern) — เส้นสายคม ดูทันสมัย
โมเดิร์นเน้นรูปทรงเรขาคณิต เส้นตรงคม วัสดุผิวเรียบอย่างกระจก โลหะ และหินขัด มักเล่นคอนทราสต์ระหว่างสีเข้มกับสีอ่อน เหมาะกับคนที่ชอบบ้านดูเฉียบและเป็นระเบียบ ข้อที่ต้องยอมรับคือผิวมันและสีเข้มเห็นรอยนิ้วมือกับฝุ่นง่าย และถ้าเลือกวัสดุผิดเกรดจะดูแข็งจนไม่อบอุ่น
สแกนดิเนเวียน / นอร์ดิก — สว่าง อบอุ่น อยู่ง่าย
สไตล์จากยุโรปเหนือที่เน้นแสงธรรมชาติ ไม้โทนอ่อน ผนังสีขาวหรือครีม และผ้าที่ให้ความอบอุ่น เป็นสไตล์ที่คนไทยเลือกเยอะเพราะอยู่ง่ายและเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่หาซื้อได้ทั่วไป ถ้าอยากได้ความอุ่นมากขึ้นมักเติมพรม ผ้าม่านหนา และไฟสีส้มอ่อน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าสไตล์ Cozy ที่มักใช้คู่กัน
Japandi และ Modern Japanese — ญี่ปุ่นผสมสแกนดิเนเวียน
Japandi คือการผสมความเรียบสงบแบบญี่ปุ่นเข้ากับความอบอุ่นแบบสแกนดิเนเวียน ใช้ไม้โทนเข้มขึ้นเล็กน้อย เส้นสายต่ำ ของตกแต่งน้อยแต่เลือกมาอย่างตั้งใจ เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและงานฝีมือ ข้อที่ต้องยอมรับคือสไตล์นี้พึ่งคุณภาพงานไม้และการเก็บรายละเอียดมาก ของถูกจะดูออกทันที
Midcentury Modern — เรโทรที่ไม่ตกยุค
สไตล์ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบยุค 1950-1960 เด่นที่ขาเฟอร์นิเจอร์เรียวเอียง ไม้โทนอบอุ่น และสีเน้นอย่างเขียวขวด เหลืองมัสตาร์ด หรือส้มอิฐ เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้บ้านดูเหมือนห้องตัวอย่าง ข้อที่ต้องยอมรับคือต้องคุมปริมาณสีเน้นให้พอดี ไม่อย่างนั้นห้องจะดูวุ่นเร็ว
เลือกสไตล์ยังไงให้ไม่เบื่อใน 3 ปี
เวลาลูกค้าเลือกสไตล์แล้วอยู่ได้ยาวโดยไม่เบื่อ มักเริ่มจากคำถามเดียวกันเสมอ คือชีวิตจริงในบ้านหลังนี้เป็นยังไง ลองตอบ 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ
- ในบ้านมีของเยอะแค่ไหน ถ้าของเยอะ สไตล์ที่โล่งมากจะต้องแลกกับที่เก็บของที่มากขึ้นตามไปด้วย
- มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไหม ถ้ามี ให้เลี่ยงผิวที่เป็นรอยง่ายและผ้าสีอ่อนในจุดที่ใช้งานหนัก
- ห้องได้แสงธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน ห้องที่แสงน้อยจะจมถ้าใช้โทนเข้มทั้งห้อง
- คุณมีเวลาทำความสะอาดแค่ไหน ผิวมันและสีเข้มเห็นฝุ่นและรอยนิ้วมือชัดที่สุด
- งบอยู่ตรงไหน สไตล์ไม่ได้กำหนดราคาโดยตรง แต่วัสดุและระดับความเนี้ยบที่สไตล์นั้นต้องการเป็นตัวกำหนด
และไม่จำเป็นต้องเลือกสไตล์เดียวทั้งบ้าน การผสมสองสไตล์ที่ใกล้กัน เช่น มินิมอลกับสแกนดิเนเวียน หรือ Japandi กับ Midcentury ทำได้และมักออกมาเป็นธรรมชาติกว่าการทำตามสไตล์เดียวแบบเป๊ะๆ วิธีที่ปลอดภัยคือล็อกโทนสีและวัสดุหลักให้เป็นชุดเดียวกันทั้งบ้าน แล้วค่อยเล่นรายละเอียดต่างกันในแต่ละห้อง
สไตล์ที่ OBJ ถนัด
สไตล์ที่ OBJ ทำบ่อยที่สุดคือกลุ่ม Muji, Minimal, Scandinavian และ Cozy ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทีมออกแบบถนัดและมีผลงานจริงให้ดูเยอะที่สุด ส่วนสไตล์อื่นเราทำได้เช่นกันและจะบอกตรงๆ ตั้งแต่คุยครั้งแรกว่าสไตล์ที่คุณอยากได้ตรงกับที่เราถนัดแค่ไหน เพราะการเลือกทีมที่ถนัดสไตล์เดียวกับที่คุณชอบ มีผลกับผลลัพธ์มากกว่าการเลือกจากราคาอย่างเดียว และทุกโปรเจกต์จะได้เห็นแบบ 2 แนวทางต่อห้องก่อนตัดสินใจ สิ่งที่ลูกค้าได้คือความมั่นใจตั้งแต่ก่อนเริ่มงานว่าบ้านจะออกมาหน้าตาแบบไหน ไม่ต้องลุ้นตอนงานเสร็จ
คำถามที่พบบ่อย
ตกแต่งภายในมีกี่สไตล์?
สไตล์ที่เจอบ่อยในบ้านและคอนโดไทยมี 5 กลุ่มหลัก คือ มินิมอล, โมเดิร์น, สแกนดิเนเวียนหรือนอร์ดิก, Japandi ที่ผสมญี่ปุ่นกับสแกนดิเนเวียน และ Midcentury Modern ในทางปฏิบัติบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสไตล์เดียวเป๊ะ แต่เป็นการผสมสไตล์ที่ใกล้เคียงกันโดยล็อกโทนสีและวัสดุหลักให้เป็นชุดเดียวกัน
สไตล์มินิมอลกับ Japandi ต่างกันยังไง?
มินิมอลเน้นตัดของที่ไม่จำเป็นออกจนเหลือน้อยที่สุด โทนสีสว่างและเส้นสายเรียบ ส่วน Japandi ยังคงความน้อยไว้แต่เพิ่มความอบอุ่นด้วยไม้โทนเข้มขึ้น ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ และของตกแต่งงานฝีมือจำนวนไม่มากแต่เลือกมาอย่างตั้งใจ พูดง่ายๆ คือ Japandi คือมินิมอลที่อุ่นขึ้นและมีผิวสัมผัสมากขึ้น
คอนโดพื้นที่น้อยเหมาะกับสไตล์ไหน?
สไตล์ที่ใช้โทนสว่างอย่างมินิมอลและสแกนดิเนเวียนมักทำให้ห้องเล็กดูโปร่งกว่า เพราะสีอ่อนสะท้อนแสงได้ดีกว่า แต่สิ่งที่มีผลกับความรู้สึกกว้างมากกว่าสไตล์คือการวางผังและการเก็บของ ห้องเล็กที่มีที่เก็บของพอดีจะดูกว้างกว่าห้องที่สีสว่างแต่ของล้น
ผสมสไตล์ได้ไหม?
ได้ และเป็นวิธีที่ใช้จริงกันมากกว่าการทำสไตล์เดียวทั้งบ้าน ข้อแนะนำคือเลือกสไตล์ที่ใกล้เคียงกันและล็อกโทนสีกับวัสดุหลักให้เป็นชุดเดียวกันทั้งบ้าน แล้วค่อยให้แต่ละห้องต่างกันที่รายละเอียด เช่น ลายผ้า ของตกแต่ง หรือสีเน้นเล็กน้อย
ควรเลือกสไตล์ก่อนหรือกำหนดงบก่อน?
กำหนดกรอบงบก่อนจะคุยได้ง่ายกว่า เพราะสไตล์ไม่ได้กำหนดราคาโดยตรง แต่วัสดุและระดับความเนี้ยบที่สไตล์นั้นต้องการเป็นตัวกำหนด เมื่อรู้กรอบงบแล้ว ทีมออกแบบจะเสนอได้ว่าภายในงบนี้ ทำสไตล์ที่คุณชอบได้ในระดับไหน หรือควรปรับตรงไหนให้ได้ความรู้สึกใกล้เคียงที่สุด
